![]() | ![]() ![]() |
![]() ![]() | ![]() ![]() |
** สินค้าตัวนี้ คิดค่าจัดส่งตามน้ำหนักและระยะทาง**
ปุ๋ยมูลค้างคาว ตรา เขาเพชร สูตร 6-3-3
เหมาะสำหรับพืชทุกชนิด (คุณภาพยอดเยี่ยม)
กระสอบละ 25 กิโลกรัม
1 กระสอบ ต่อ 1 ไร่
คุณสมบัติ
-มูลค้างคาวพันธุ์ที่กินแมลงเป็นอาหาร (แร่ธาตุครบ)
ธาตุอาหารหลัก (ไนโตรเจน ฟอสเฟต โปรแทสเซี่ยม )
ธาตุอาหารรอง (แคลเซี่ยม แมกนีเซี่ยม กำมะถัน )
ธาตุอาหารเสริม (เหล็ก ซิลิคอน สังกะสี โบรอน โมลิบดินัม )
กรดฮิวมิก
- จุลินทรีย์ ชนิดทนความร้อน (นำเข้าจากสหรัฐอเมริกา) ถูกแดดโดยไม่เสื่อมสภาพและมีส่วนผสมอื่นๆอีก (ขอรายละเอียดได้)
ผลการเปรียบเทียบมูลสัตว์ต่างๆกับมูลค้างคาว
มูลค้างคาวมีไนโตรเจน (N) มากกว่ามูลสัตว์อื่นๆประมาณ 20 เท่า
มูลค้างคาวมีฟอสฟอรัส (P) มากกว่ามูลสัตว์อื่นๆ ประมาณ 130 เท่า
มูลค้างคาวมีโพเทสเซียม (K) มากกว่ามูลสัตว์อื่นๆ ประมาณ 4 เท่า
หมายเหตุ
ไนโตรเจน (N) ช่วยให้พืชเจริญเติบโตดี ลำต้นและใบแข็งแรง
ฟอสฟอรัส (P) ช่วยให้พืชแข็งแรงทั้งส่วนราก ลำต้น ใบ ออกดอก ออกผล
โพแทสเซียม (K) ทำให้ผนังเซลล์ของพืชหนาขึ้น
ส่วนประกอบสำคัญในการผลิตปุ๋ย
1. วัตถุดิบมูลค้างคาว
มูลค้างคาวจำนวนมหาศาลที่บริษัทฯได้รับสัมปทานถ้ำค้างคาวนั้น สามารถนำมาผลิตปุ๋ยที่มีคุณภาพได้อย่างต่อเนื่องเพียงพอต่อความต้องการ ซึ่งคุณสมบัติพิเศษของมูลค้างคาวเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่ามีประโยชน์ต่อพืชมากมาย อุดมไปด้วยธาตุอาหารครบตามที่พืชต้องการ และพืชสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างสมบูรณ์
2. สารอาหารนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น
เป็นวัตถุดิบชั้นเยี่ยมอีกชนิดหนึ่งที่มีคุณค่าต่อการเจริญเติบโตของพืชเป็นอย่างมาก ซึ่งทางบริษัทฯได้นำมาเป็นส่วนผสมในการผลิตปุ๋ยด้วยเช่นกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเป็นเท่าทวีคูณ เพราะสารอาหารดังกล่าวมีธาตุอาหารหลัก ธาตุอาหารรอง และธาตุอาหารเสริม รวมทั้งฮิวมัส ฮิวมิค อะมิโน สารอาหารชนิดนี้เป็นเคมีธรรมชาติ ที่เป็นผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตอาหารของประเทศญี่ปุ่น รัฐบาลไม่ได้ตีค่าเป็นเคมี แต่ด้วยคุณค่านั้นเหนือกว่าเคมีนำเข้าโดยทั่วไป การปลดปล่อยต่างกัน ให้คุณค่าที่สูงกว่า พืชจึงสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ดีกว่า
3. จุลินทรีย์สายพันธุ์พิเศษนำเข้าจากประเทศอิสราเอล
เป็นอีกส่วนผสมหนึ่งที่ใช้ในกระบวนการผลิตปุ๋ยของทางบริษัทฯ จุลินทรีย์สายพันธุ์นี้ มีคุณสมบัติพิเศษหลายประการ สามารถทำลายเชื้อโรคซึ่งเป็นสาเหตุของรากเน่า โคนเน่า ในพืชทุกชนิด ช่วยพัฒนาระบบราก ปรับสภาพดินที่เสียให้ร่วนซุย ปรับค่า PH ของดินให้เหมาะสม
คุณสมบัติมูลค้างคาว
มูลค้างคาวที่สะสมกันในถ้ำเป็นเวลานานจนสลายตัวกลายเป็นปุ๋ย ให้ธาตุทั้งในโตรเจน ฟอสฟอรัสและโฟแทสเซียม
1. มีปริมาณความเข้มข้นของธาตุอาหารพืชสูงทัดเทียมกับปุ๋ยเคมี หรือปุ๋ยวิทยาศาสตร์
2. ผลของการใช้ปุ๋ยมูลค้างคาว ทำให้ดินร่วนไม่เกาะกันแน่น เมื่อแข็งตัว ความเป็นกรด-ด่างของดินอยู่ในระดับที่พอเหมาะกับความเจริญเติบโตของพืช
3. การใช้มูลค้างคาว ทำให้เชื้อแบคทีเรียในดินทำการย้อยสลายอินทรีย์สารเปลี่ยนเป็นธาตุอาหารพืชได้ง่ายขึ้น
4. มูลค้างคาวให้ธาตุอาหารเสริมของพืช ได้แก่ แมกนีเซียม กำมะถัน เหล็ก แมงกานีส สังกะสี ทองแดง โบรอน และโมดินเลนั่ม อย่างพอเพียงกับความต้องการของพืช
5. การใช้ปุ๋ยมูลค้างคาวอย่างสม่ำเสมอติดต่อกันจะทำให้ผลตกค้างของปุ๋ย เคมีในดินค่อยๆสลายเป็นอาหารพืช และดินกลับสมบูรณ์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
6. มูลค้างคาวเป็นมูลสัตว์ที่ให้ธาตุอาหาร ฟอสฟอรัส เหมาะสำหรับไม้ผลที่ให้กลิ่นหอม เช่นทุเรียน ลิ้นจี่ กล้วยหอม ลำไย และมะม่วงได้ดีอีกด้วย
อัตราและวิธีการใช้
ชนิดพืช : นาข้าว
ระยะที่ใช้ : ระยะแรก15 – 30 วัน อัตราการใช้: 40 – 80 กก.ต่อไร่ วิธีการใช้: หว่านทั่วแปลง
ระยะที่ใช้ : ระยะแรก 50 – 60 วัน อัตราการใช้: 40 – 80 กก.ต่อไร่ วิธีการใช้: หว่านทั่วแปลง
ชนิดพืช : ข้าวโพด
ระยะที่ใช้ : ระยะพร้อมปลูก อัตราการใช้: 50 – 100 กก.ต่อไร่ วิธีการใช้: โรยรองก้นหลุมพร้อมปลูก
ระยะที่ใช้ : ระยะแรก20 – 25 วัน อัตราการใช้: 30 – 40 กก.ต่อไร่ วิธีการใช้: โรยตามแนวข้าวโพด
ชนิดพืช : ส้ม มะนาว มะม่วง เงาะ ทุเรียน มังคุด ลำไย ลิ้นจี่ ลองกอง ฝรั่ง ชมพู่ องุ่น ปาล์ม
ระยะที่ใช้ : มีผลแล้ว อัตราการใช้: 3 – 5 กก.ต่อต้น /ครั้ง วิธีการใช้: หว่านรอบทรงพุ่ม
ระยะที่ใช้ : ยังไม่มีผล อัตราการใช้: 2 – 3 กก.ต่อต้น /ครั้ง วิธีการใช้: หว่านรอบทรงพุ่ม
ชนิดพืช : ยางพารา
ระยะที่ใช้ : กรีดยางแล้วใส่ปุ๋ยต้นฝน, ปลายฝน อัตราการใช้: 1–2 กก.ต่อต้น /ครั้ง วิธีการใช้: โรยขนานแถว
ระยะที่ใช้ : ยางเล็กก่อนกรีดใส่ปุ๋ยต้นฝน, ปลายฝน อัตราการใช้: 0.5 กก.ต่อต้น /ครั้งวิธีการใช้ โรยขนานแถว
ชนิดพืช : อ้อย มัน สับปะรด
ระยะที่ใช้ : ใช้รองพื้นก่อนปลูก อัตราการใช้: 50 – 100 กก.ต่อไร่ วิธีการใช้: โรยในร่องแล้วกลบ
ระยะที่ใช้ : พืชอายุ 1 – 2 เดือน อัตราการใช้: 50 – 100 กก.ต่อไร่ วิธีการใช้: โรยข้างแถว
ชนิดพืช : พริก หอม กระเทียม แตง ถั่ว สตอเบอรี่
ระยะที่ใช้ : ใช้รองพื้นระยะให้ผล อัตราการใช้: 50 – 100 กก.ต่อไร่ วิธีการใช้: หว่านทั่วแปลง
ชนิดพืช : ผักทุกชนิด ยาสูบ
ระยะที่ใช้ : ใช้รองพื้น อัตราการใช้: 50 – 100 กก.ต่อไร่ วิธีการใช้: หว่านทั่วแปลง
เทคนิคการเพิ่มผลผลิตในนาข้าว
เทคนิคการเพิ่มผลผลิตในนาข้าว 1,500 กก.ต่อไร่
* หลังจากเมื่อข้าวอายุ 25 – 30 วัน (หว่านปุ๋ยรอบแรก) หว่านปุ๋ยอินทรีย์เคมี 6 - 3 - 3
อัตรา 40 กก.ต่อไร่ ช่วยบำรุงต้น ขยายกอ ทำให้ต้นแข็ง ใบตั้ง ต้านทานโรคแมลง และเมื่ออายุข้าวประมาณ35 – 40
* เมื่ออายุข้าวได้ 60 – 65 วัน (หว่านปุ๋ยรอบสอง) หว่านปุ๋ยอินทรีย์เคมี 6 - 3 - 3
อัตรา 40 กก.ต่อไร่ ช่วยบำรุงต้นข้าว ทำให้ต้นข้าวสมบูรณ์ ในช่วงข้าวตั้งท้องอ่อนๆควรใช้
* ในช่วงข้าวเริ่มออกรวงประปลาย (หว่านรับรวง (หว่านปุ๋ยรอบสาม) หว่านปุ๋ยอินทรีย์เคมี 6-3-3
อัตรา 20 กก.ต่อไร่ ช่วยบำรุงต้น สะสมอาหารสร้างรวง
สรุปการใช้ปุ๋ยและฮอร์โมนพืชในนาข้าว
หว่านปุ๋ยอินทรีย์เคมี 6 - 3 - 3 จำนวน 3 ครั้ง ดังนี้
ครั้งที่ 1 ช่วงข้าวอายุ 25 – 30 วัน อัตรา40 กก.ต่อไร่
ครั้งที่ 2 ช่วงข้าวอายุ 60 – 65 วัน อัตรา 40 กก.ต่อไร่
ครั้งที่ 3 ช่วงข้าวเริ่มออกรวงประปลาย อัตรา 20 กก.ต่อไร่
สรุปผลจากการใช้ในนาข้าว
1 ราก ทำให้รากยาว ขาวอวบ พืชหาอาหารได้ดีกว่า ทำให้เจริญเติบโตได้ดี
2 แตกกอดี ช่วยเพิ่มการแตกกอ เพิ่มจำนวนต้น รวงที่มากขึ้น ทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น
3 เขียว ข้าวเขียวทนเขียวนานกว่าใช้ปุ๋ยเคมี ข้าวเริ่มเขียวพร้อมกัน เขียวเสมอกัน
4 ต้นเขียวใบตั้ง ลำต้นแข็งแรง ข้าวไม่ล้ม ช่วยต้านทานโรคและแมลงได้ดี ช่วยลดค่ายาฆ่าแมลงลงได้
5 ข้าวรวงใหญ่ รวงยาว เมล็ดข้าวแกร่ง ไม่ลีบ น้ำหนักดี ข้าวสุกแก่พร้อมกัน ไม่โดนตัดราคา
6 ขั้วเหนียว ข้าวไม่หลุดร่วงง่าย ลดการสูญเสียผลผลิต ทำให้ได้ผลผลิตที่เพิ่มมากขึ้น
7 ข้าวสุกก่อน เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ก่อน ช่วยลดต้นทุนค่าสูบน้ำเข้านา
8 ช่วยปราบหอยเชอรี่ได้ ช่วยลดต้นทุนค่ายาปราบหอย
9 ดินเป็นหล่ม สภาพดินดี มีธาตุอาหารอุดมสมบูรณ์ ปุ๋ยมูลค้างคาวสามารถปลดปล่อยธาตุอาหารได้ดีกว่าและนานกว่าปุ๋ยเคมี ทำให้ธาตุอาหารในดินมีมาก สังเกตจากใบธงเขียวยันวันเกี่ยว ช่วยปรับโครงสร้างดิน ฟื้นฟูสภาพดิน ทำให้ดินดีขึ้น
เทคนิคการเพิ่มผลผลิตในไม้ผล
เทคนิคการเพิ่มผลผลิตในไม้ผล เช่น ส้ม ลิ้นจี่ ลำไย มะม่วง ทุเรียน เงาะ เป็นต้น
*ระยะยังไม่มีผล ควรใส่ปุ๋ยอินทรีย์เคมี 6 - 3 - 3 อัตรา 2 – 3 กก./ต้น /ครั้ง ช่วยให้ต้นสมบูรณ์ โตไว ใบใหญ่ ใบหนา ใบมัน
*ระยะมีผลแล้ว ควรใส่ปุ๋ยอินทรีย์เคมี 6 - 3 - 3 อัตรา 3 – 4 กก./ต้น /ครั้ง ช่วยเพิ่มความสมบูรณ์ของต้น ทำให้ใบใหญ่ ใบหนา ใบมัน ติดดอกดก ติดผลดก ผลใหญ่ รสชาติดี น้ำหนักดี สีสวยสีเข้ม
เทคนิคการเพิ่มผลผลิตในยางพารา
*ในยางเล็กก่อนเปิดกรีด (ใส่ปุ๋ยครั้งที่ 1 ช่วงต้นฝน) ควรใส่ปุ๋ยอินทรีย์เคมี 6 - 3 - 3
อัตรา 0.5 กก./ต้น /ครั้ง ช่วยเร่งต้น ทำให้ยางโตไว ใบใหญ่ ใบหนา ใบมัน ต้นยางสมบูรณ์มาก แทงฉัตร 60 – 80 ต่อฉัตร
*ในยางเล็กก่อนเปิดกรีด (ใส่ปุ๋ยครั้งที่ 2 ช่วงปลายฝน) ควรใส่ปุ๋ยอินทรีย์เคมี 6 - 3 - 3 อัตรา 0.5 กก./ต้น /ครั้ง ช่วยเร่งต้น ทำให้ยางโตไว ใบใหญ่ ใบหนา ใบมัน ต้นยางสมบูรณ์มาก แทงฉัตร 60 – 80 ต่อฉัตร
*ในยางเปิดกรีด (ใส่ปุ๋ยครั้งที่ 1 ช่วงต้นฝน) ควรใส่ปุ๋ยอินทรีย์เคมี 6 - 3 – 3 อัตรา 1 กก./ต้น/ครั้ง ช่วยป้องกันโรครากเน่า โคนเน่าป้องกันยางหน้าตาย ช่วยขยายท่อน้ำยาง ทำให้เปลือกยางนิ่ม กรีดง่าย ปริมาณน้ำยางเพิ่มขึ้น เปอร์เซ็นน้ำยางสูง
*ในยางเปิดกรีด (ใส่ปุ๋ยครั้งที่ 2 ปลายฝน) ควรใส่ปุ๋ยอินทรีย์เคมี 6 - 3 – 3 อัตรา 1 กก./ต้น/ครั้ง ช่วยป้องกันโรครากเน่า โคนเน่าป้องกันยางหน้าตาย ช่วยขยายท่อน้ำยาง ทำให้เปลือกยางนิ่ม กรีดง่าย ปริมาณน้ำยางเพิ่มขึ้น เปอร์เซ็นน้ำยางสูง
ราคา: 514 บาท
* สินค้าตัวนี้คิดค่าจัดส่งตามน้ำหนักและระยะทาง ถ้าสั่งครั้งละ 16 ตัน บริษัทจะจัดส่งให้ฟรี *

.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
